
IYF เดินสายจัดงาน Education Leaders Forum ให้ผู้นำด้านการศึกษา ‘ชุมพร-ประจวบฯ-เพชรบุรี’ หารือความร่วมมือแก้ปัญหา – พัฒนาเยาวชน ด้วยความเชื่อว่าพวกเขาคือ ‘ดวงดาว’
IYF เดินสายจัดงาน Education Leaders Forum ให้ผู้นำด้านการศึกษา ‘ชุมพร-ประจวบฯ-เพชรบุรี’ หารือความร่วมมือแก้ปัญหา – พัฒนาเยาวชน ด้วยความเชื่อว่าพวกเขาคือ ‘ดวงดาว’
เมื่อวันที่ 5-7 กรกฎาคม มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship – IYF) ประจำประเทศไทย เดินสายจัดงานสัมมนา Education Leaders Forum ใน 3 จังหวัด คือ ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี เพื่อแนะนำหลักสูตร Mind Education หรือหลักสูตรการศึกษาเรื่องโลกของจิตใจจากสาธารณรัฐเกาหลี ให้กับบุคลากรด้านการศึกษานำไปปรับใช้กับเด็กนักเรียน นักศึกษาในสังกัดที่ดูแล ซึ่งมีบุคลากรจากสถาบันการศึกษาเข้าร่วมกว่า 368 คน
ในช่วงแรกของกิจกรรมเปิดด้วยกรณีศึกษาจากนักเรียนโรงเรียนลินคอล์น เฮาส์ ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจิตใจจากหลักสูตร Mind Education คือ น.ส.ณัฐธิชา คำบัว หรือน้องปราย นักเรียนโรงเรียนลินคอล์น เฮาส์ ชั้นปีที่ 3 อายุ 19 ปี เล่าว่า ช่วงมัธยมเป็นเด็กเกเร ทะเลาะกับคนในครอบครัวบ่อยๆ รู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ให้ไปเที่ยวกับเพื่อน ตอนนั้นแค่อยากจะทำตามใจของตัวเองเท่านั้น มีเพื่อนชวนไปเสพยา ตอนแรกก็คิดว่าลองนิดหน่อยคงจะไม่เป็นอะไร แต่สุดท้ายก็ติด จากนั้นก็เสพมาเรื่อยๆ คิดว่าสิ่งนั้นคือความสุขมาตลอด เสพไปสักพักก็เริ่มกลายเป็นผู้ขาย พอคุณพ่อคุณแม่มารู้ทีหลัง ก็เสียใจมาก ตอนนั้นรู้สึกอยากออกจากยาเสพติด แต่มันก็เลิกเองไม่ได้เลย
“ตอนที่ได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนลินคอล์น เฮาส์ ได้เรียนรู้เรื่อง Mindset เกี่ยวกับจิตใจค่ะ วันนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนได้บรรยายเรื่อง “เบรค” ค่ะ ท่านบรรยายว่า “รถที่ดูดี สวย และแพง แต่ไม่มีเบรค สุดท้ายก็จะเกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน” ตัวหนูเองก็เหมือนกันค่ะ ถ้าไม่มีเบรคในใจ สุดท้ายก็ได้แต่ตามความคิดตัวเองไปเรื่อยๆ เสพยาไปเรื่อยๆ หนูก็ได้เห็นว่ายาเสพติดที่หนูคิดว่ามันคือความสุข ความจริงมันกลับทำลายชีวิตของหนู ทำลายความสัมพันธ์กับในครอบครัว พอได้เรียนรู้เรื่องจิตใจ หนูก็ได้เปิดใจคุยกับครอบครัว ขอโทษคุณพ่อคุณแม่ จากนั้นหนูก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข จากที่หนูไม่เคยมีความฝัน ตอนนี้หนูก็มีความฝันที่อยากจะเป็นล่ามแปลภาษาจีนค่ะ หนูรู้สึกขอบคุณโรงเรียนลินคอล์น เฮาส์ ที่ให้อนาคตกับหนูค่ะ” น้องปราย กล่าว
ส่วนช่วงการบรรยาย Mind Education โดย ดร.ฮัก เชิล คิม ผู้ก่อตั้ง IYF ประจำประเทศไทย ได้พูดถึงชีวิตของโทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ริเริ่มคิดค้นหลอดไฟ ว่า ตอนที่เอดิสันอายุ 4 ขวบ เขายังพูดไม่ได้ หมอบอกว่าเขาเป็นออทิสติก พอเรียนชั้นประถมศึกษา ด้วยความที่คิดไม่เหมือนคนอื่น จึงถูกไล่ออกด้วยเหตุผลที่ว่าโง่เกินไป ตอนแรกคุณแม่ก็ท้อใจ แต่เมื่อกลับมาคิดอีกครั้ง ได้คิดว่า “ฉันกำลังมองด้วยสายตาแบบไหน ถ้าเชื่อว่าลูกโง่ ก็โง่ ถ้าเชื่อว่าเป็นอัจฉริยะก็อัจฉริยะ” เพราะความเชื่อของคุณแม่ โทมัส เอดิสัน จึงผลิตหลอดไฟจากไม้ไผ่สำเร็จ เขาใช้เวลากับการคิดค้นหาวัสดุทำไส้หลอดไฟ 25,000 ครั้ง ในขณะที่คนทั่วไปมองว่า “ล้มเหลว” แต่เขากลับพูดได้ว่า “กำลังเข้าใกล้ความสำเร็จ” ตอนห้องทดลองไฟไหม้ ขณะที่คิดค้นแผ่นเสียงโบราณและแบตเตอรี่ เขาสามารถพูดได้ว่า “มาดูความมหัศจรรย์ของการเผาครั้งนี้ ความล้มเหลวของฉันถูกเผาหมดแล้ว” ความเชื่อและความหวังเช่นนี้ของเขา เริ่มต้นจากคุณแม่
ดร.ฮัก เชิล คิม กล่าวต่อว่า กรณีศึกษาผมเอง มองนักศึกษาชายคนหนึ่งที่ชื่อกอล์ฟก็สิ้นหวัง เขาเป็นแค่เด็กเสพยา ขี้เหล้า แต่ตอนที่จัด World Camp อาจารย์อ็อก ซู พาร์ค ผู้ก่อตั้ง IYF บอกผมว่า “เขาเป็นดวงดาว” ตอนนั้นผมได้เห็นว่าผมมองกอล์ฟผิดไป และรับสายตาของอาจารย์อ็อก ซู พาร์ค เข้ามาแทน แม้พฤติกรรมเขาไม่เปลี่ยน แต่เมื่อผมมีความเชื่อและความหวัง สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น เพราะปัจจุบันกอล์ฟก็เป็นดวงดาวจริงๆ ตามความเชื่อนั้น สิ่งที่สำคัญในการให้การศึกษาขึ้นอยู่กับว่าผู้นำการศึกษามองเด็กๆ แบบไหน หากมีความเชื่อและความหวัง เยาวชนเหล่านี้ก็สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้
จากนั้นเข้าสู่ช่วงห้องเรียนจำลอง (Teach & Meet Their Hearts) เพื่อแนะนำถึงการนำหลักสูตร Mind Education ที่ใช้ในโรงเรียนลินคอล์น เฮาส์ โดยเริ่มต้นกิจกรรม Mind Recreation ที่ชื่อว่า Can You Hear My Voice ได้ยินไหมหัวใจฉัน เป็นกิจกรรมที่สอดแทรกเรื่องราวของจิตใจ การหลุดพ้นออกจากความคิด และรับฟังเสียงของคนอื่นๆ ผ่านทางกิจกรรมนี้ทำให้เราได้ค้นพบปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนเราถูกตัดขาดจากกันและกัน อย่างเช่นปัญหาอาการติด ครอบครัว การเรียน และซึมเศร้าโดยสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้คนเราเกิดการเปลี่ยนแปลง และใช้ชีวิตที่มีความสุขได้นั้น คือการสื่อสารที่ดี โดยได้ยกตัวอย่างนักเรียนจากโรงเรียนลินคอล์น เฮาส์ ซึ่งเป็นเด็กที่มีปัญหาแตกต่างกัน แม้จะพยายามเปลี่ยนแปลงพวกเขาด้วยกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ และความรุนแรงต่างๆ แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต หรือทำให้เขามีความสุขได้
ทั้งนี้ สิ่งที่แตกต่างของโรงเรียนลินคอล์น เฮาส์ คือ หลักสูตร Mind Education ที่มีทั้งการบรรยาย กิจกรรมสันทนาการ และการพูดคุยเรื่องของใจ โดยครั้งนี้เราได้ยกตัวอย่างเรื่อง ลมกับพระอาทิตย์ แข่งกันทำให้ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมอยู่ให้ถอดออกให้ได้ ซึ่ง ลม ก็พยายามเป่าแรงๆ แต่ชายหนุ่มกลับดึงเสื้อคลุมเข้ามาแน่นมากกว่าเดิม ตรงกันข้ามกับพระอาทิตย์ที่ไม่ต้องเปล่งแสงที่รุนแรง แต่ค่อยๆ ให้แสงถ่ายทอดความอบอุ่น สุดท้ายชายคนนี้ก็ถอดเสื้อออกเองอัตโนมัติ เช่นกันกับนักเรียนของเรา เราไม่ได้มีกฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับให้กับเขา แต่ว่าสื่อสาร และพูดคุยจิตใจกับนักเรียน จิตใจของเขาก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลง
จบท้ายด้วยกิจกรรมทลายกำแพง ที่ชื่อว่า “กิจกรรม 3.3.3.” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนรอบข้างดีมากขึ้น เพราะโดยปกติคนทั่วไปในยุคปัจจุบันจะไม่ค่อยมีการสื่อสารพูดคุย และทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ในที่สุด ชั่วโมงนี้จะเริ่มต้นโดยให้ผู้เข้าร่วมได้นึกถึงคนหนึ่งที่อยากจะไหลเวียนจิตใจด้วย โดยทางเราจะมีโจทย์ให้ 3 หัวข้อคือ
- สิ่งที่อยากจะขอโทษ 3 อย่าง
- สิ่งที่อยากจะขอบคุณ 3 อย่าง
- เขาสำคัญกับเราอย่างไร 3 อย่าง
เมื่อตอนที่ทำกิจกรรมนี้ผู้นำและบุคลากรทางการศึกษาหลายท่าน ได้มีโอกาสได้นึกถึงคนที่อยากจะพูดคุยสื่อสารด้วยมากที่สุด และได้โทรศัพท์ไปหาคนๆ นั้น หลายท่านก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล เพราะไม่เคยได้พูดคำที่อยู่ในใจออกมาเลย ทำให้หลายครั้งไม่เข้าใจกัน และห่างเหินกัน แต่ผ่านทางกิจกรรมนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นจิตใจและเข้าใจกัน ทำให้มีความสุขมากขึ้น
ช่วงสุดท้ายคือ การหารือถึงความร่วมมือทางการศึกษา ระหว่าง IYF กับ หน่วยงานและสถาบันต่างๆ ซึ่งมีหลายสถาบันที่ลงนามเพื่อสร้างความร่วมมือ เพื่อทำกิจกรรมด้านการศึกษาต่อในอนาคต






