
2026 IYF Global Camp แคมป์นานาชาติที่มีความสุขที่สุดในโลก แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เติมเต็มความฝันให้เยาวชนกว่า 3,000 คน
2026 IYF Global Camp แคมป์นานาชาติที่มีความสุขที่สุดในโลก
แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เติมเต็มความฝันให้เยาวชนกว่า 3,000 คน
เมื่อวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ ACE Trade Center จ.พระนครศรีอยุธยา มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship: IYF) ประเทศไทย จัดงาน 2026 IYF Global Camp ภายใต้แนวคิด “Connecting Cultures, Inspiring Tomorrow” โดยมีเยาวชนไทยและนานาชาติกว่า 3,000 คนเข้าร่วม ตลอด 2 วัน 1 คืน เป็นการกลับมาของแคมป์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 14 ปี ที่เปิดพื้นที่ในการเรียนรู้ร่วมกันท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสดใส
ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทาย การเตรียมพร้อมเยาวชนทั้งด้านทักษะ hard skills และ soft skills เป็นสิ่งที่สำคัญ IYF ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดย IYF เป็นมูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกที่สาธารณรัฐเกาหลี โดย ดร.(กิตติมศักดิ์) อ็อกซู พาร์ค ซึ่งท่านยังเป็นผู้คิดค้นหลักสูตรการศึกษาเรื่องโลกของจิตใจ (Mind Education) โดยมุ่งหวังให้เยาวชนได้มีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่เรียกว่าใจงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ฉะเชิงเทรา (เขต 1) กล่าวเปิดงานกิจกรรม Global Camp ว่า “ดิฉันรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งต่อหลักสูตร Mind Education ซึ่งดิฉันได้นำไปกล่าวถึงในรัฐสภา ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเผชิญความท้าทายและมีเยาวชนจำนวนไม่น้อยหลุดออกจากระบบการศึกษา ดิฉันเห็นว่าแนวทางการพัฒนาเยาวชนเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงขอชื่นชมการทำงานของมูลนิธิ IYF และหวังว่าภาครัฐจะให้ความสนใจสนับสนุนมากขึ้น ดิฉันขออวยพรให้งาน IYF Global Camp ครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งค่ะ”
ด้านคุณธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เขต 18) กล่าวเปิดงานว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้กล่าวเปิดต้อนรับกิจกรรม Global Camp ในครั้งนี้ เพราะในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เยาวชนต้องมีทั้งความรู้และความเข้มแข็งทางจิตใจควบคู่กัน แคมป์ครั้งนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ IYF ที่มุ่งเน้นการพัฒนาจิตใจของเยาวชน ผมเชื่อว่าเมื่อจิตใจเข้มแข็ง ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองและสังคมได้ นอกจากประสบการณ์อันมีค่าแล้ว ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับมุมมองใหม่ ๆ และมิตรภาพที่งดงาม ซึ่งจะติดตัวไปตลอดชีวิต ขอให้ IYF เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เติบโตอย่างมั่นคงและเข้มแข็งครับ”
ช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมอย่างยิ่งจนหลายคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำ คือการแสดงของวงประสานเสียง Gracias จากเกาหลีใต้ ที่ถ่ายทอดพลังเสียงอันไพเราะผ่านบทเพลงสากล “Je veux vivre dans ce rêve” (ฉันยังมีชีวิตอยู่ในความฝันนี้) และได้สะกดผู้ชมทั้งห้องประชุมด้วยการขับร้องบทเพลงภาษาไทย “ข้ามเวลา” อย่างไพเราะอ่อนหวาน
นอกจากนี้ ยังมีการกิจกรรมแสดงเต้นวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศ เช่น อินเดีย แอฟริกา สหรัฐอเมริกา และการร้องอะแคปเปลลาร่วมกันของเหล่านักเรียนนักศึกษาไทยและเกาหลีใต้ที่ในครั้งนี้มาเข้าร่วมกว่า 240 คน การแสดงที่นำเสนอเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละวัฒนธรรมและเสียงประสานที่ขับร้องด้วยคำขอบคุณ ได้เรียกเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้ชมทั่วทั้งห้องประชุม
โซนบูธวัฒนธรรมเปิดให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากของประเทศอย่างใกล้ชิด ทั้งการเพ้นท์เฮนน่า (Henna) จากอินเดีย และการแต่งหน้าในสไตล์แอฟริกัน ขณะที่บูธประเทศไทยเองก็มีการเชิญชวนชาวต่างชาติร่วมสนุกกับเกมงานวัดอย่างยิงปืนตุ๊กตา บรรยากาศรอบข้างอิ่มเอมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
ช่วงเวลาเหล่านี้ไม่เพียงเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างสนุกสนาน แต่ยังเป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้สร้างมิตรภาพกับเพื่อนต่างชาติ หลายคนสะท้อนว่าดีใจที่ได้ก้าวข้ามความกลัว และกล้าพูดคุยกับชาวต่างชาติมากขึ้นผ่านกิจกรรมครั้งนี้
ในช่วง Mind Lecture ดร. (กิตติมศักดิ์) อ็อกซู พาร์ค บรรยายถึงพลังของความคิดและการเปลี่ยนแปลงจิตใจ โดยยกตัวอย่างว่า เมื่อก่อนเกาหลีใต้เคยเป็นประเทศที่ยากจนและยากลำบาก แต่ข้อจำกัดเหล่านั้นผลักดันให้ผู้คนไม่หยุดคิดและไม่หยุดเรียนรู้ จนปัจจุบันประเทศก็สามารถพัฒนาได้ การเติบโตที่แท้จริงเริ่มต้นจากการฝึกจิตใจให้คิดอย่างลึกซึ้งและเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ
พร้อมทั้งกล่าวให้กำลังใจเยาวชนไทยว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจ เมื่อจิตใจเปลี่ยน โลกที่เราเห็นก็เปลี่ยนตาม ผมหวังว่าประเทศไทยจะได้รับพระพรและเติบโตเป็นประเทศที่งดงามและเปี่ยมด้วยความหวัง”
ในส่วนของกิจกรรม Academy ทางทีมรวบรวมกิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน ทั้งเวิร์กช็อปบังคับหุ่นยนต์ การเต้น K-pop งานศิลปะ มวยไทย และการแนะแนวเส้นทางอาชีพ เป็นต้น เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ควบคู่กับ Mindset Academy ที่ต่อยอดจากหลักสูตร Mind Education ของ IYF ในหัวข้อความสัมพันธ์และการยับยั้งชั่งใจ เพื่อพัฒนาทักษะด้านความคิดและจิตใจ
นอกจากนี้ กิจกรรม Global Team Challenge ยังถูกออกแบบให้เน้นการทำงานเป็นทีม สร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือและความสนุกสนาน โดยผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่สะท้อนว่าเป็นกิจกรรมนี้ได้สร้างความประทับใจมากที่สุดของงาน
IYF รู้สึกขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกคน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุนจนงานสำเร็จลุล่วง แม้ค่ายจะจัดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ได้จุดประกายความหวัง มิตรภาพและเครือข่ายเยาวชนทั้งในและต่างประเทศ IYF เชื่อมาเสมอว่าเยาวชนเป็นผู้สร้างอนาคตที่งดงาม และอนาคตที่งดงามเริ่มต้นได้จากการลงมือทำในวันนี้
บทสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วม
นางสาวบุลพร ยินดี หรือ ออม จากโรงเรียนบ้านลาดวิทยา กล่าวว่า ตนได้เข้าร่วมฐานกิจกรรมเกมมาประมาณ 4 ฐานแล้ว ได้ทำกิจกรรมร่วมกับรุ่นน้องที่ไม่รู้จักกันมาก่อนจนกลายเป็นกลุ่มเดียวกัน จึงได้เห็นว่าความสามัคคีสำคัญ โดยฐานที่ชอบที่สุดคือฐานเกมฐาน 24 เพราะว่ามันส์สุด มีการแย่งชิงและป้องกันเลขอย่างเต็มที่ เลยรู้สึกว่าสนุกมาก
นายรุ่งศักดิ์ อินทปัญญา หรือ เซ (คนกลาง) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวว่า “เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาร่วมค่ายกับ IYF ปีที่แล้วที่เข้าร่วมรู้สึกสนุก ประทับใจจึงตัดสินใจมาเข้าร่วมอีกครั้ง ปีนี้รู้สึกแตกต่างจากเดิม และปีหน้าก็อยากจะมาอีก สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษคือการแสดงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการแสดงของประเทศเม็กซิโกเพราะดูสวย อลังการมาก นอกจากนี้ในส่วนของการบรรยายเรื่องโลกของจิตใจผมชอบเรื่องของคนญี่ปุ่น ที่สอนว่า ‘ถ้าเราได้ลองสักครั้งหนึ่ง ถึงจะกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ถ้าได้ลองก็จะประสบความสำเร็จได้ เหมือนกับปลาทองที่อยู่ในโหลแก้ว เมื่อย้ายไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใหญ่ก็จะสามารถเติบโตได้มากขึ้น’ ถ้าปีหน้ามีอีกก็อยากจะมาเข้าร่วม แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ด้วย แต่ถ้ามีมาจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยของตนก็จะมาอย่างแน่นอน สุดท้ายถ้ามีโอกาสอยากไปเป็นอาสาสมัครประเทศเกาหลี เพราะสนใจมหาวิทยาลัยคิมชอน ที่จะสร้างโอกาสและอนาคตได้ครับ”
และนายพิสุทธิ์ อานุภาเวนะวัฒน์ หรือ พี (คนซ้าย) กล่าวว่า “ส่วนผมเพิ่งมาครั้งแรกก็เปิดประสบการณ์ ได้รับอะไรหลายอย่างมาก โดยส่วนตัวชอบทุกอย่างทั้งการแสดงเต้น วงประสานเสียง Academmy ต่าง ๆ เพราะว่าสนุกดี นอกจากนี้ตนยังชอบการบรรยายเรื่องโลกของจิตใจจากอาจารย์ทุกคนเพราะเห็นว่าสามารถเอามาปรับใช้กับตนเองได้ ถ้ามีโอกาสก็จะมาอีกแน่นอน หากมีโอกาสก็อยากไปเป็นอาสาสมัครประเทศจีนด้วย เพราะชอบอาหารและวัฒนธรรมของเขามาตั้งแต่เด็กแล้วครับ”

























