
Peace Concert “Your Hands Give Lives” สร้างความสุข สานความฝันให้แก่เยาวชนไทย
Peace Concert “Your Hands Give Lives” สร้างความสุข
สานความฝันให้แก่เยาวชนไทย
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ที่ IYF Center ศูนย์รังสิต มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship – IYF) จัดงาน Peace Concert ครั้งที่ 10 เพื่อขอบคุณผู้สนับสนุนทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรมของมูลนิธิฯ ตลอดมา โดยผู้เข้าร่วมทั้งหมด 391 คน ยังได้ร่วมเป็นเกียรติในการคัดเลือกตัวแทนเยาวชนไทยเพื่อเข้าแข่งขันในงาน World Culture Dance Festival ที่สาธารณรัฐเกาหลี (กำหนดจัดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567)
ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกกิตติมศักดิ์ อาทิ คุณพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี คุณฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา คุณอภิชาติ สุดแสวง กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย
คุณพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ขึ้นกล่าวเปิดงานว่า “Peace Concert เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ผมเห็นพ้องเป็นอย่างยิ่งว่า ดนตรีมีพลังมหาศาลในการเปลี่ยนแปลงจิตใจ ส่งมอบความหวังให้กับผู้สิ้นหวัง และเติมเต็มความสุขทางจิตใจ ผมเชื่อมั่นว่า ความสุขนี้จะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ผลักดันให้เยาวชนก้าวสู่ความสำเร็จทั้งด้านการศึกษา การทำงาน และชีวิตครอบครัว รวมทั้งสร้างจิตสาธารณะและการทำเพื่อผู้อื่นให้แก่เยาวชนไทย ซึ่งก่อให้เกิดการต่อยอดและเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการทำงานที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไทยต่อไปตามแนวคิดของงาน “Your hands give life””
จากนั้นคุณฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ขึ้นกล่าวแสดงความยินดีว่า ตนประทับใจกับการทำงานของมูลนิธิฯ เป็นอย่างมาก เมื่อได้ฟังเรื่องราวประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงของเยาวชนที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตร Mind Education ของโรงเรียนลินคอล์น เฮาส์ ทำให้ตนมีความสุข และอยากที่จะสนับสนุนและส่งต่อหลักสูตร และโครงการที่ดีนี้เข้าสู่หน่วยงานของภาครัฐ พร้อมเชื่อว่าคอนเสิร์ตวันนี้ที่เหล่าเยาวชนทุ่มเททำการแสดงร่วมกันจะขับกล่อมจิตใจให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านได้มีความสุขผ่านทางการทำงานเพื่อเยาวชนมาตลอด 30 ปี มูลนิธิฯ ได้เปลี่ยนแปลงและให้ความหวังกับเยาวชนมากมาย ครั้งนี้ น้องโดนัท นักเรียนจากโรงเรียนลินคอล์นฯ ได้ขึ้นแบ่งปันเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของชีวิตตัวเองจากที่มืดมิดสู่คนที่มีความฝัน ทำให้ผู้เข้าร่วมงานสัมผัสได้ว่านักเรียนของโรงเรียนนี้เป็นอิสระทางจิตใจและได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
ในส่วนของการประกวดแข่งขันเต้นวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในรายการ World Cultural Dance Festival ที่สาธารณรัฐเกาหลี มีทีมที่เข้าร่วมการประกวดทั้งหมด 3 ทีม ได้แก่ ทีมพรรณไทย (Phan Thai) จากวิทยาลัยนาฎศิลป์สุพรรณบุรี ชื่อชุดการแสดง “แข่งเรือ” ทีมศูนย์นันทนาการคลองกุ่ม จากสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กทม. ชื่อชุดการแสดง “ศิลป์ศิรา” และ ทีมนาฏยจุฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่อชุดการแสดง “สายนที วิถีไทย” บรรยากาศภายในห้องประชุมระหว่างการแสดงคึกคักและกึกก้องไปด้วยเสียงเชียร์ และทีมที่ชนะในครั้งนี้คือ ทีมนาฏยจุฬา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บรรยายพิเศษโดย ดร.ฮัก เชิล คิม ผู้ก่อตั้ง IYF ประจำประเทศไทย ได้พูดถึงประเทศเกาหลีช่วงหลังสงครามมีความยากลำบากกับการใช้ชีวิตเป็นอย่างมากผู้คนมากมายคิดว่าเมื่อประเทศมีความเจริญจะทำให้มีความสุขจึงพยายามพัฒนาประเทศให้มีความเจริญมากขึ้น เเต่เมื่อประเทศเกาหลีได้รับการพัฒนา ผู้สูงอายุหลายคนกลับฆ่าตัวตายเพราะทนกับความเหงาไม่ได้ เมื่อลูกหลานเติบโตก็มีชีวิตครอบครัวเป็นของตัวเอง
ดร.ฮัก เชิล คิม กล่าวต่อว่า ตนก็คิดว่าถ้าเข้ามหาลัยที่ดีได้จะมีความสุข แต่เมื่อตนได้เข้ามหาวิทยาลัยกลับใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเสเพลเหมือนเยาวชนทั่วไปสมัยนี้ ตนคาดหวังว่าการดื่มเหล้า สูบบุหรี่จะมีความสุขมากกว่าการนั่งเรียนในห้องเรียน ตนพยายามตั้งใจเรียนและเข้าห้องสมุด แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ด้วยกำลังของตัวเอง เพราะสิ่งที่เรียกว่าความสุขและความหวังคือสิ่งที่พระเจ้ามอบให้ มนุษย์เราสร้างความสุขให้ตนเองไม่ได้ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือความสว่างของพระเจ้าสามารถช่วยคนที่อยู่ในความสิ้นหวังได้ออกมาได้จากสิ่งนั้นได้
นอกจากนี้ก็ยังมีการแสดงจากวงประสานเสียง เซโนเร และโรงเรียนดนตรี เซโซรี ขับร้องบทเพลงประสานเสียงหลากหลายภาษา สื่อความหมายที่ซ่อนอยู่ในบทเพลงผ่านเสียงร้องอันไพเราะ อีกทั้งการเเสดงการเต้นจากทีมเต้น The Righteous Stars การแสดงวัฒนธรรมรำพัด จากสาธารณรัฐเกาหลี และการขับร้องโอเปร่าเพลงแอฟริกาของเหล่าอาสาสมัครไทยที่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและสร้างสีสันให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก
ในการจัดงานครั้งนี้ คณะผู้จัดมีความตั้งใจจะแนะนำมูลนิธิฯ และกิจกรรมที่ทางมูลนิธิฯ ดำเนินการอยู่ให้กับบุคคลใหม่ได้รู้จัก รวมถึงเพื่อเป็นการขอบคุณองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่คอยให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ โดยตลอด กิจกรรม Peace Concert ที่จัดขึ้นนั้นสร้างความสุขให้แก่ผู้เข้าร่วมนั้นก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการสนับสนุนการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงเยาวชนไทย เพราะเราเชื่อว่าหากจะเปลี่ยนแปลงเยาวชนไทยได้นั้นต้องอาศัยภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมมือกันในการสร้างอนาคตให้แก่เยาวชนของชาติ
บทสัมภาษณ์
คุณอภิชาติ สุดแสวง กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย กล่าวว่าตนการมาร่วมงานครั้งนี้โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับทางมูลนิธิมากพอสมควร เคยมาร่วมงาน 6-7 ครั้งแล้วครับ สิ่งที่ตนประทับใจคือสิ่งที่อาจารย์ได้บรรยาย รู้สึกประทับใจค่อนข้างมากเพราะเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจคือการที่คนเรามีแรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้ามีแรงบันดาลใจที่ดีก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ ส่วนการแสดงนั้นตนชื่นชอบเรื่องการแต่งกายที่มีสีสันสวยงาม ด้านการแสดงมีเนื้อเรื่องที่มีการผสมผสานความเป็นไทยอย่างดีและเป็นการแสดงที่สนุกสนานซึ่งเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่มากครับ ไม่ว่าจะมาร่วมงานสักกี่ครั้งตนก็รู้สึกประทับใจทุกครั้ง สุดท้ายนี้ตนก็ขอสนับสนุนทางมูลนิธิต่อไปเพราะทางมูลนิธิได้ทำสิ่งดีๆ ให้แก่ประชาชนไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศไทยแต่ให้กับประชาชนทั่วโลกอีกด้วยครับ ขอบคุณครับ
ว่าที่ร้อยเอก สาคร กึ่งจันทร์ ศึกษาธิการจังหวัดปทุม กล่าวว่าตนรู้สึกประทับใจที่มาร่วมงานคอนเสิร์ตที่มีการแสดงของเยาวชน ส่วนตัวตนชื่นชอบการขับร้องของวงประสานเสียงเพราะทำให้เห็นว่าการแสดงครั้งนี้แม้ว่าคนในวงจะมีเสียงที่แตกต่างกัน บางคนเสียงทุ้มหรือบางคนเสียงสูง แต่เวลาที่ขับร้องออกมาทุกคนต้องพยายามประสานเสียงเพื่อให้เกิดความไพเราะซึ่งเป็นเหมือนกับพลังครับ สิ่งเหล่านี้ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ต้องปลูกฝังให้เยาวชนสามารถทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนประเทศเพราะว่าประเทศเราต้องอาศัยพลังจากเยาวชน ในอนาคตตนหวังว่าเยาวชนไทยจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเด็กทั่วโลกครับ เพราะในปัจจุบันนี้การทำงานเราจะทำด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ สุดท้ายนี้ตนอยากให้กำลังใจสำหรับเยาวชนอาสาสมัครรวมทั้งทีมผู้บริหารของทางมูลนิธิที่เสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองแล้วก็พร้อมที่จะร่วมมือกันทำงานในภายภาคหน้าครับขอบคุณมากครับ
นางกมลพรรณ ค้ำชู เตชะกสิกรพาณิชย์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าตนมีโอกาสได้รู้จักร่วมทำงานกับ อ.ปิยะพงษ์ ยงเพชร เกี่ยวกับ แผนยุทธศาสตร์จังหวัด และในฐานะที่ตนทำงานในกระทรวง พม. เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องทำงานร่วมกันอยู่เป็นประจำ และตนเคยเป็นนักจิตวิทยาที่ทำงานด้านเด็ก เลยสนใจเข้าร่วมงานครั้งนี้ รู้สึกประทับใจในงานตั้งแต่เริ่มจนจบงานเพราะรู้สึกได้รับความสุข พลัง จากเยาวชน และได้เห็นความสามารถของทุกคน แต่บางคนอาจจะไม่ได้มีโอกาสค่ะ
หลังจากได้ฟังปณิธาน ของมูลนิธิฯ ตนได้คิดถึงสิ่งที่อาจารย์ฮักเชิล คิม กล่าวว่าปัจจุบัน โลกพัฒนา ไปมากแต่คนกลับมีความสุขน้อยลง ซึ่งตนก็เห็นด้วยว่าความเจริญ ทางวัตถุและเทคโนโลยี ก้าวหน้าแต่ด้านจิตใจคนกลับอ่อนแอลง ไม่ได้รับการดูแล แต่มูลนิธิ นี้อยากจะช่วยพัฒนาเด็กในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านจิตใจ สังคม คิดว่าในอนาคตมีโอกาสจะได้ทำงานร่วมกัน เพราะมูลนิธิฯ มีโครงการกิจกรรมหลากหลาย ที่น่าสนใจ ทั้งงานอาสาสมัคร การพัฒนา เด็กด้านภาษา ศิลปะ การแสดง เพราะงาน พม. ไม่ใช่แค่แก้ไขปัญ หา แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมและพัฒ นา ด้วย จึงคิดว่าวันนี้ที่มาร่วมงานมีประโยชน์ มาก สามารถนำไปต่อยอดในการทำงาน และมีข้อมูลติดต่อกับอาจารย์ ที่มูลนิธิฯ นี้ด้วยค่ะ














