เยาวชนกว่า 420 คนจาก 8 ประเทศ ระดมไอเดียแก้ปัญหาสังคม
บนเวที Leader Conference 2026 ภายใต้ธีม
‘Youth for Social Change’

มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship: IYF) ประเทศไทย จัดงาน Leader Conference (LC) ภายใต้ธีม “Youth for Social Change” ระหว่างวันที่ 26–27 กุมภาพันธ์ 2026 โดยเป็นกิจกรรมการแข่งขันนำเสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน “2026 IYF Global Camp” ที่สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณรัดเกล้า สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณสุปรี เบ้าสิงห์สวย กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผศ.ดร.จุฑาทิพย์ วิวัฒนาพันธุวงศ์ อาจารย์จากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.สุรวิทย์ อัสสพันธุ์ อาจารย์จากคณะการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นกรรมการในการตัดสินในครั้งนี้ด้วย

ภายในงานเปิดพื้นที่ให้เยาวชนกว่า 420 คนจาก 8 ประเทศ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดในการขับเคลื่อนสังคม อาทิ ไทย ฟิลิปปินส์ เมียนมา จีน เกาหลีใต้ จีน เปรู และคาซัคสถาน สะท้อนพลังคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติ

เห็นได้ชัดว่าเยาวชนรุ่นใหม่มีความตระหนักต่อปัญหาสังคมและมีจิตใจที่อยากจะใช้ศักยภาพของตนเพื่อผู้อื่น ด้าน IYF ซึ่งขับเคลื่อนงานด้านสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เล็งเห็นความสำคัญของบทบาทเยาวชน จึงได้จัด Leader Conference เป็นเวทีให้แลกเปลี่ยนแนวคิดและนำเสนอแนวทางแก้ไขในประเด็นสุขภาพจิต ยาเสพติด การศึกษา และความยากจน เพื่อให้เยาวชนร่วมกันผลักดันให้สังคมไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ในช่วงการแข่งขัน ผู้เข้าร่วมต่างทุ่มเทนำเสนอโครงการกันอย่างเต็มที่ พร้อมได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งช่วยต่อยอดให้โครงการมีความสมบูรณ์มากขึ้น ถึงแม้บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น แต่เยาวชนเองก็รู้สึกสนุกสนานที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับเพื่อนต่างชาติ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก อาจารย์คยองฮยอน นัม ผู้อำนวยการ International Mind Education Institute (IMEI) ประจำประเทศฟิลิปปินส์ บรรยายในหัวข้อ “จิตใจที่สามารถควบคุมได้” ว่า ปัญหาหลายอย่างอาจไม่ได้ใหญ่เท่าที่คิด แต่มันขึ้นอยู่กับวิธีคิดของเรา พร้อมยกประสบการณ์ส่วนตัวที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้จากการเปิดใจรับมุมมองใหม่ และทิ้งท้ายว่า “อย่าเพิ่งเชื่อทุกความคิดของตัวเอง เพราะความคิดไม่ใช่ความจริงเสมอไป เหมือนคำว่า Impossible ที่วันนี้คุณอาจอ่านเป็น I’m possible ได้”

สำหรับผลการแข่งขัน ทีมที่ได้รับรางวัลที่ 1 คือ ทีม LC30 จากประเทศไทย กับโครงการ “Zer0 Dropout Pathway” ที่นำเสนอแนวทางป้องกันปัญหานักเรียนกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ฮักเซิล คิม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ IYF ประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัลในงาน 2026 IYF Global Camp

แม้การแข่งขันจะสิ้นสุดลง แต่ความร่วมมือยังคงเดินหน้าต่อ เพราะนอกจากความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นแล้ว IYF ยังได้มีการโดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Agreement: MOA) ระหว่าง IYF และสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย เพื่อสานต่อการทำงานด้านการพัฒนาเยาวชนร่วมกันในอนาคต

สำหรับบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมงาน 2026 IYF Global Camp ยังมีการจัดงานสัมมนาผู้นำด้านการศึกษา (Education Leaders Forum: ELF) เพื่อเปิดเวทีสะท้อนความคิดเห็นจากครูและบุคคลากรทางการศึกษากว่า 50 คน ทำกิจกรรมที่ยกมาจากหลักสูตร Mind Education ร่วมกัน อีกทั้งยังมีการแนะนำโรงเรียนมัธยมลินคอล์นศึกษา และมหาวิทยาลัยกิมชอน เพื่อขยายความร่วมมือด้านการศึกษาในอนาคต

ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร การจัดงาน Leader Conference และ Education Leaders Forum (ELF) สะท้อนให้เห็นพลังของการระดมความคิด แลกเปลี่ยนมุมมอง และสร้างความตระหนักรู้ต่อปัญหาสังคมร่วมกัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป

บทสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วม

นางสาวจิตต์เทวัญ จิตต์ภักดี และ นางสาวบุญสิตา วิกาศ นักเรียนจากโรงเรียนดรุณสิกขาลัย ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Leader Conference ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยทั้งสองคนกล่าวว่าโปรแกรมการแข่งขันครั้งนี้ค่อนข้างกระชับและมีเวลาจำกัด ทำให้ต้องบริหารจัดการเวลาอย่างรอบคอบ ข้อจำกัดดังกล่าวกลายเป็นแรงกดดันที่ต้องก้าวผ่าน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นบททดสอบสำคัญที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของพวกเธอ

นอกจากประสบการณ์การทำงานเป็นทีมแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าจดจำคือการได้ขึ้นนำเสนอผลงานต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก บรรยากาศบนเวทีเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงไมโครโฟนที่ดังกังวาน และพลังของผู้ชมที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม สร้างทั้งความตื่นเต้นและความประทับใจไปพร้อมกัน

สำหรับพวกเธอ การได้พูดคุยกับคณะกรรมการและนำเสนอผลงานบนเวทีต่อหน้าผู้ฟังจำนวนมาก ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต

Ms. Sounitta KEOHAVONG และ Mr. Sana Yup Bouakeo จากประเทศลาว กล่าวถึงประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งในเรื่องกระบวนการคิด การทำงานเป็นทีม และการประสานความร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมผลงานเข้าแข่งขันกับผู้เข้าร่วมรายอื่น

นอกจากนี้ ทั้งสองยังระบุว่า มีความท้าทายส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางจากประเทศลาวมายังประเทศไทย ซึ่งต้องใช้เวลานานและค่อนข้างวุ่นวาย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านความสะดวกสบาย รวมถึงอุปสรรคด้านภาษา เนื่องจากทักษะทางภาษาไทยยังไม่แข็งแรงนัก อย่างไรก็ตาม พวกเขามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่สามารถเรียนรู้และก้าวผ่านไปได้

ในด้านความประทับใจ ทั้งสองกล่าวว่ารู้สึกยินดีที่ได้พบเพื่อนจากหลากหลายประเทศ ทำให้ได้สร้างมิตรภาพใหม่ ๆ และเปิดมุมมองที่กว้างขึ้น การได้เห็นสถานที่ที่แตกต่างจากบ้านของตนเอง รวมถึงการได้สัมผัสบรรยากาศใหม่ ๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะความประทับใจในความสวยงามของสถานที่และความมีน้ำใจของผู้คน ซึ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างมาก

ทั้งนี้ การเข้าร่วมแคมป์ยังเปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้ วัฒนธรรม และข้อมูลระหว่างกัน ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และสร้างเครือข่ายมิตรภาพจากหลายประเทศ นับเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและช่วยเติมเต็มทั้งด้านความรู้และมุมมองชีวิตอย่างแท้จริง

คุณรัดเกล้า สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ได้แสดงความคิดเห็นต่อศักยภาพของเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ว่าการจัดงาน Leader Conference ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นั้น เป็นเวทีที่มีคุณค่าและควรจัดต่อเนื่อง

“รู้สึกประทับใจมากค่ะ วันนี้มาเห็นแล้วอึ้งเลย เพราะศักยภาพของน้อง ๆ ล้นแก้วจริง ๆ” คุณรัตน์กล่าว พร้อมระบุว่า จากการรับฟังการนำเสนอของทั้ง 8 กลุ่มสุดท้าย พบว่า หลายโครงการมีแนวคิดสอดคล้องกับมุมมองของกลุ่มผู้ใหญ่ที่ทำงานด้านนโยบาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนรุ่นใหม่ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม และสามารถคิดแนวทางแก้ไขที่เชื่อมโยงกับภาคส่วนที่ขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างน่าสนใจ

เมื่อสอบถามถึงโครงการที่เห็นว่าสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง คุณรัตน์ระบุว่า มีอยู่ 2 ประเด็นที่ประทับใจเป็นพิเศษ

“กลุ่มแรกคือเรื่องการแก้ปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเป็นความเครียดที่เกิดขึ้นในทุกช่วงวัยของสังคมไทยในปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจคือมุมมองของคนอายุน้อยที่เสนอวิธีแก้ปัญหาผ่านศิลปะ การทำ Workshop หรือระบบ Peer-to-peer หรือเพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งเป็นกลไกที่น่าสนใจมาก และสามารถนำไปพิจารณาในการออกแบบนโยบายจริงได้ค่ะ”

อีกหนึ่งโครงการที่ได้รับความสนใจคือประเด็น Zero Dropout ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยที่ภาคนโยบายพยายามแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้น่าสนใจมากที่ได้ฟังแนวคิดจากน้อง ๆ เรื่อง Zero Dropout เพราะเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งจะนำกลับไปเป็นการบ้านเพื่อผลักดันต่อไปค่ะ”

สำหรับข้อเสนอแนะต่อการจัดโครงการในอนาคต คุณรัตน์เห็นว่า ภาพรวมการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ดีอยู่แล้ว แต่อยากมีส่วนร่วมกับเยาวชนมากยิ่งขึ้น

“จริง ๆ ที่ทำอยู่ดีอยู่แล้วนะคะ แต่อยากขอเข้ามามีส่วนร่วมให้มากกว่านี้ เช่น การได้มาพูดคุยหรือทำ Workshop ร่วมกับน้อง ๆ เพราะในภาคการเมืองเราจะทราบว่าประเด็นที่น้อง ๆ หยิบยกมานั้น ภาครัฐได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง หากได้มีโอกาสเล่าให้น้อง ๆ ฟัง การคิดของน้อง ๆ จะได้ไม่เริ่มจากศูนย์ แต่เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยพัฒนาประเทศได้จริงค่ะ”